Villa d’Este – Double Executive Room Garden View

Review Villa d’Este – Double Executive Room Garden View โรงแรมระดับตำนานของ Lake Como สัมผัส Old Money Luxury ประวัติศาสตร์กว่า 450 ปี และบรรยากาศ Grand Hotel แบบคลาสสิก

ITALY

LuxTidPro

9/15/20262 min read

Villa d’Este – Double Executive Room Garden View
Villa d’Este – Double Executive Room Garden View

ถ้าพูดถึงโรงแรมระดับตำนานของ Lake Como 🇮🇹 ชื่อของ Villa d’Este น่าจะเป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่คนสาย Luxury นึกถึง

ตัว Villa สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1568 ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโรงแรมในปี 1873 และตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่นี่เคยต้อนรับทั้งราชวงศ์ ชนชั้นสูง และบุคคลสำคัญจากทั่วโลก

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ Villa d’Este มีไม่ใช่แค่ความหรู แต่คือประวัติศาสตร์ที่อยู่ในตัวสถานที่จริงๆ และนี่น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โรงแรมแห่งนี้ยังโดดเด่นมาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากได้มาพักจริง ผมว่าคำที่อธิบายที่นี่ได้ตรงที่สุดคือ Old Money Luxury

ทุกอย่างยังคงความ Classic แบบ Grand Hotel ยุโรปเอาไว้เต็มที่ ตั้งแต่ตัวอาคาร ห้องพัก สวน ไปจนถึงบรรยากาศโดยรวม

ความพิเศษของ Villa d’Este

สิ่งที่ทำให้ Villa d’Este แตกต่างจากโรงแรมอื่นใน Lake Como คือพื้นที่ของโรงแรมที่ใหญ่มาก ตัวโรงแรมตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 25 acres หรือราว 100,000 ตารางเมตร

ภายในมีทั้งสวนเก่าแก่ น้ำพุ ประติมากรรม อาคารประวัติศาสตร์ และพื้นที่นั่งเล่นกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เดินเล่นไปเรื่อยๆ จะเจอมุมใหม่ตลอด และหลายครั้งให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในสวนของพระราชวังมากกว่าโรงแรม

หนึ่งในจุดที่น่าสนใจคือบริเวณสวนด้านบนที่มีรูปปั้น Hercules ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของสวนแห่งนี้

และนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมากสำหรับ Villa d’Este เพราะ สวนและพื้นที่โดยรอบคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียวของโรงแรม

อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงคือสไตล์ของที่นี่ ทุกอย่างเป็น Classic มากๆ มีสีทอง เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งแบบยุโรปดั้งเดิม และมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนอนอยู่ในวัง

ส่วนตัวผมว่าสวยดี และเข้ากับสถานที่มาก แต่ก็ต้องบอกตรงๆ ว่า ถ้าไม่ชอบโรงแรมแนวนี้ ก็คงไม่ชอบ Villa d’Este เลย

เพราะมันไม่ได้มีความ Modern หรือ Minimal เหมือน EDITION หรือโรงแรม Luxury รุ่นใหม่ๆ และบางจุดก็ให้ความรู้สึกเก่าอยู่พอสมควร

แต่สำหรับคนที่ชอบโรงแรมแบบ Grand Hotel ของยุโรป ชอบความคลาสสิก และชอบบรรยากาศแบบ Old Money นี่คือสิ่งที่ทำให้ Villa d’Este น่าสนใจ

🛏 ห้องที่เราเข้าพัก

เราพักห้อง Double Executive Room Garden View

ห้องประเภทนี้มีขนาดประมาณ 30–50 ตารางเมตร และห้องที่เราได้คือ Room 155

ตำแหน่งของห้องค่อนข้างพิเศษ เพราะอยู่ฝั่งซ้ายของตัวโรงแรม และมีห้องประเภทนี้อยู่ไม่กี่ห้องต่อชั้น มีระเบียงส่วนตัว สามารถออกมานั่งชมสวนได้เต็มๆ ซึ่งเป็นมุมที่ผมชอบมาก

ห้องของเราอยู่เกือบริมสุดของอาคาร และอยู่ใกล้ทางเดินที่สามารถเดินทะลุไปยัง Sport Club และ Indoor Pool ได้

การตกแต่งยังคงเป็นสไตล์คลาสสิกของ Villa d’Este แบบเต็มตัว ทั้งสีทอง เฟอร์นิเจอร์ไม้ และรายละเอียดต่างๆ

ไม่มีความ Minimal อยู่ในห้องนี้แน่นอน แต่ผมกลับคิดว่ามันเหมาะกับสถานที่ เพราะถ้าเอาห้องแบบ Modern มาวางใน Villa เก่าแก่แบบนี้ อาจทำให้ความรู้สึกของทั้งโรงแรมหายไป

Welcome Amenity มีทั้งผลไม้และ Chocolate Cake Mini Bar มีของให้ฟรีหลายอย่าง ทั้ง น้ำอัดลมและน้ำผลไม้

Hair Dryer ใช้ของ GHD และข้างหัวเตียงมีช่องชาร์จทั้ง Type-A และ Type-C

ช่วงเย็นจะมี Turndown Service พร้อม Chocolate ก่อนนอน และสิ่งที่ชอบคือพนักงานมีการพับเสื้อผ้าและจัดรองเท้าให้เรียบร้อยด้วย

เป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกถึงการบริการแบบโรงแรมยุโรปสมัยก่อน

💰 ราคา

Double Executive Room Garden View ที่เราเข้าพักมีราคาอยู่ที่ประมาณ €1,900 ต่อคืน หรือประมาณ 70,000 กว่าบาทในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก และอยู่ในระดับเดียวกับโรงแรม Ultra Luxury หลายแห่งในยุโรป

แลกกับการจ่ายให้กับทั้ง Estate, History, Garden, Lake Como และประสบการณ์แบบ Grand Hotel ที่หาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

🍽 ร้านอาหารและบาร์ภายในโรงแรม

Veranda

Veranda เป็น All-Day Dining หลักของโรงแรม และน่าจะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ผมชอบที่สุด

ตัวร้านสวยมาก และเป็นสไตล์ Classic ของ Villa d’Este แบบที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่าอยู่ที่ไหน

แต่ Highlight จริงๆ คือวิว โต๊ะด้านหน้าสุดสามารถมองเห็น Lake Como ได้แบบเต็มๆ

โดยเฉพาะช่วงเช้า แสงและวิวของทะเลสาบทำให้ Breakfast กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวัน

อาหารเช้ามีทั้ง A La Carte และ Egg Station และที่สำคัญคือ มี Champagne เสิร์ฟในช่วงเช้า

เป็น Breakfast ที่ให้ความรู้สึกแบบ Grand European Hotel มากๆ

Bar Canova

Bar Canova อยู่ติดกับ Veranda และเป็นบาร์หลักของโรงแรม

ตัวบาร์ด้านในค่อนข้างเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับขนาดของโรงแรม แต่ช่วงเย็นจะมี Live Piano ทำให้บรรยากาศดีมาก เป็นความรู้สึกแบบ Old European Hotel ที่แทบไม่ต้องพยายามสร้างบรรยากาศอะไรเพิ่มเติม

นั่งจิบเครื่องดื่ม ฟังเปียโน แล้วมองผู้คนเดินผ่านไปมา มันเข้ากับ Villa d’Este มาก

เมนูเครื่องดื่มมีทั้ง Cocktail และเหล้าระดับ Premium รวมถึง Cocktail สูตรของทางบาร์เอง

ราคาค่อนข้างสูงตามระดับของโรงแรม Cocktail เริ่มประมาณ €25 ส่วนไวน์แบบขวดเริ่มประมาณ €85

Grill

Grill อยู่ไม่ไกลจาก Queen’s Pavilion บรรยากาศจะสบายกว่า Veranda และมีความเป็นกันเองมากกว่า

อาหารเน้นเนื้อย่างและอาหารทะเลแบบคลาสสิก เหมาะกับคนที่อยากทานอาหารแบบง่ายๆ ในบรรยากาศสบายๆ โดยไม่ต้องแต่งตัวเป็นทางการมาก

Outdoor Seating & Sundeck Pool Bar

อีกหนึ่งสิ่งที่ Villa d’Este ทำได้ดีมากคือพื้นที่ Outdoor

มีที่นั่งด้านนอกเยอะมาก ไม่ว่าจะอยากนั่งชม Lake Como นั่งอ่านหนังสือ นั่งจิบไวน์ หรือออกมานั่งริมสระ ก็มีพื้นที่ให้เลือกเยอะมาก

และยังมี Bar อยู่บริเวณสระอีกด้วย สามารถมานั่งทานอาหารง่ายๆ หรือสั่งเครื่องดื่มแล้วนั่งริมสระได้เลย

ทำให้ช่วงบ่ายสามารถใช้เวลาอยู่ริม Lake Como ได้แบบแทบไม่ต้องออกจากโรงแรมเลย

🏊 Swimming Pool

Villa d’Este มี Floating Pool ที่อยู่ริม Lake Como และที่ชอบมากคือ สระและ Jacuzzi เป็น Heated Pool

น้ำอุ่นกำลังดี ทำให้สามารถลงเล่นได้แม้อากาศจะไม่ได้ร้อนมาก

ข้างๆ ยังมีสระสำหรับเด็กแยกออกมาอีกหนึ่งสระ

ส่วนใครอยากได้ประสบการณ์แบบ Lake Como เต็มๆ ก็ไม่จำเป็นต้องลงสระเลย เดินไปริมทะเลสาบแล้วกระโดดลง Lake Como ได้เลย

บรรยากาศบริเวณนี้ดีมาก โดยเฉพาะช่วงบ่าย เพราะเราสามารถนั่งอยู่ริมสระ มองวิวทะเลสาบ และใช้เวลาทั้งวันได้แบบไม่ต้องมีกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ

🚤 Lake Como Experience

Villa d’Este มีท่าเรืออยู่ริม Lake Como บริเวณใกล้กับ Floating Pool และมีเรือ Vintage หลายแบบให้เลือก

สำหรับคนที่อยากออกไปเที่ยวรอบทะเลสาบ สามารถเลือกได้ทั้ง เช่าเรือขับเอง หรือใช้บริการพร้อมคนขับ

ส่วนตัวผมว่าการมีท่าเรืออยู่ในโรงแรมทำให้การเข้าพักที่นี่สะดวกมาก เพราะสามารถเปลี่ยนจากการนั่งเล่นริมสระไปเป็นการออกไปใช้เวลาใน Lake Como ได้ทันที

🎾 Sporting Club

Villa d’Este มี Sporting Club แยกออกไปจากอาคารหลัก และถือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ

มีทั้ง Indoor Pool, Sauna, Tennis Courts ทั้ง Indoor และ Outdoor, Squash, Putting Green รวมถึงกิจกรรมทางน้ำอย่าง Water Ski, Canoe และ Stand Up Paddle

สำหรับคนที่ชอบ Sport น่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน แต่ถ้าถามความรู้สึกส่วนตัว ผมกลับไม่ได้อินกับพื้นที่นี้มากนัก เพราะบรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือน Sport Club ยุค 90s มากกว่าโรงแรม Luxury รุ่นใหม่

ไม่ได้มี Design หรือบรรยากาศที่ดูใหม่และสวยเหมือน Wellness Facilities ของโรงแรมสมัยนี้

แต่ในแง่กิจกรรมต้องยอมรับว่าครบมาก นอกจาก Sporting Club แล้ว โรงแรมยังมี Spa และ Beauty Center ให้บริการด้วย

📝 Things to Know

  • ถ้าชอบโรงแรมใหม่ๆ Modern และ Minimal ที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบ แต่ถ้าชอบ Grand Hotel แบบยุโรปและความรู้สึกเหมือนนอนอยู่ในวัง Villa d’Este เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ควรมาสัมผัสสักครั้ง

  • Courtyard Room อยู่ด้านข้างของโรงแรมมีเพียงไม่กี่ห้องจะได้วิว Lake บางส่วน ส่วน Garden View อยู่ฝั่งด้านหลัง จะไม่เห็น Lake เลย

  • Outdoor Pool และ Jacuzzi เป็น Heated แช่ได้ทั้งวัน มีสระเด็กแยกอีกหนึ่งสระริม Lake

  • ถ้ามีเวลา ลองจองเรือออกไปเที่ยว Lake Como โดยสามารถเลือกได้ทั้งแบบขับเองหรือมีคนขับ มีเรือ Vintage ให้เช่าหลายแบบ ราคาเริ่มต้นประมาณ €350 ต่อชม.

  • หมอนค่อนข้างนิ่มและผ้าห่มค่อนข้างบาง ใครมีความชอบเฉพาะอาจต้องแจ้งโรงแรม

  • ถ้าพา Pet ไปด้วย ที่นี่เป็นหนึ่งในโรงแรม Lake Como ที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง

💡 Pro Tips

  • ถ้าไม่ติดเรื่องราคา แนะนำห้องที่เป็น Lake View หรือ Garden View เพราะวิวและพื้นที่โดยรอบคือหนึ่งในเหตุผลหลักที่มาพักที่นี่

  • เผื่อเวลาเดินเล่นใน Garden อย่างน้อย 1-2 ชม. เพราะขนาดใหญ่มาก และคือหนึ่งใน Highlight ที่สำคัญที่สุดของโรงแรม

  • ช่วงเช้าแนะนำ Breakfast ที่ Veranda และเลือกโต๊ะด้านหน้าสุดเพื่อชม Lake Como

  • ถ้าอากาศดี ช่วงบ่ายแนะนำใช้เวลาที่ Outdoor Pool หรือ Sundeck เพราะมีที่นั่งด้านนอกเยอะและวิวสวยมาก

  • ช่วงเย็นลองนั่ง Bar ฟัง Live Piano สักครั้ง เป็น Experience ที่เข้ากับ Villa d’Este มาก

  • จองผ่าน American Express Fine Hotels + Resorts เพื่อรับ 100 USD Hotel Credit, Room Upgrade และ Guaranteed 4PM Late Check-out

  • หากไม่มี AMEX แนะนำจองผ่าน The Lux Reserve เพื่อรับสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกัน

หลังจากได้มาลองพักด้วยตัวเอง ผมเข้าใจมากขึ้นว่าทำไม Villa d’Este ถึงยังคงเป็นหนึ่งในโรงแรมระดับตำนานของ Lake Como ทั้งที่ทุกวันนี้มีโรงแรม Luxury ใหม่ๆ เปิดขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่โรงแรมใหม่ไม่สามารถสร้างขึ้นมาแทนได้คือ ประวัติศาสตร์และบรรยากาศของสถานที่จริงๆ

การได้ตื่นขึ้นมาใน Villa เก่าแก่ เดินออกมาที่ระเบียงชมสวน ลงไปทาน Breakfast พร้อม Champagne ที่ Verandah ใช้เวลาช่วงบ่ายริม Lake Como ก่อนกลับมานั่งฟัง Piano ที่ Bar Canova ในตอนเย็น ทุกอย่างรวมกันจนกลายเป็นประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Villa d’Este และเป็นเหตุผลว่าทำไมที่นี่ยังคงเป็นหนึ่งใน Grand Dames ของ Lake Como จนถึงทุกวันนี้

แต่ก็ต้องบอกตรงๆ ว่า Villa d’Este ไม่ใช่โรงแรมสำหรับทุกคน ถ้าคุณชอบโรงแรมใหม่ๆ ที่ Design จัด มีความ Minimal และ Contemporary ที่นี่อาจดูเก่าไปหน่อย เพราะทั้งห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางยังคงรักษาความคลาสสิกแบบเดิมเอาไว้ค่อนข้างมาก ขณะที่ Sporting Club ก็ไม่ได้เป็นพื้นที่ที่ผมประทับใจมากนัก และเมื่อรวมกับราคาห้องพัก อาหาร และเครื่องดื่มที่ค่อนข้างสูง ก็อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าความคุ้มค่าไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับโรงแรมใหม่ๆ

แต่ถ้าคุณชอบ Old Money Luxury ชอบ Grand Hotel ชอบประวัติศาสตร์ ชอบสวนใหญ่ๆ และอยากสัมผัส Lake Como ในบรรยากาศแบบยุโรปดั้งเดิม ผมคิดว่าที่นี่เป็นโรงแรมที่ควรมาสักครั้ง เพราะสิ่งที่เราจ่ายไม่ได้มีแค่ห้องพัก แต่คือการได้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ใน Grand Estate ริม Lake Como

สำหรับผม Villa d’Este จึงไม่ใช่โรงแรมที่พยายามจะดีที่สุดในทุกด้าน แต่เป็นโรงแรมที่มี ตัวตนชัดมากจนยากจะหาใครมาแทนได้ และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผมเข้าใจว่า ทำไมหลังจากผ่านมานานกว่าร้อยปี Villa d’Este ก็ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ได้ แม้ Lake Como จะมีโรงแรมใหม่ๆ ที่สวยและทันสมัยกว่ามากมายเกิดขึ้นทุกปี

Review: Veranda Restaurant at Ville d'Este

Review: The Lake Como EDITION - Standard Lake View Room

Review: Cetino by Mauro Colagreco at The Lake Como EDITION

Review: Villa d’Este – Double Executive Room Garden View

Honest Luxury Travel & Lifestyle Reviews

https://www.luxtidpro.com

Gallery

SOCIAL MEDIA

Contact

© 2025. All rights reserved.

LuxTidPro กินหรูอยู่สบาย
LuxTidPro กินหรูอยู่สบาย